อนุสรณ์แห่งความล้มเหลว(บทความที่ดีมาก คับ)
posted on 01 Nov 2007 09:57 by popblog in ItCool
> >>อนุสรณ์แห่งความล้มเหลว
> >>
> >>พ่อของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุได้เพียงห้าขวบ
>
>>เขาต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ขณะอายุ 16 ปี
> >>ตอนอายุ 17 ปี เขาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการตกงานติดต่อกันถึง 4 ครั้ง
> >>
> >>เขาแต่งงานตอนอายุ 18 ปี
ปีถัดมาเขาได้เป็นพ่อคน
> >>แต่ชีวิตคู่ของเขาก็มีความ สุขอยู่ได้ไม่นานนัก อายุ 20 ปี
> >>ภรรยาของเขาพาลูกสาวหนีไป
> >>เพราะทนใช้ชีวิตกับ เขาไม่ได้
> >>
>
>>ช่วงอายุ 18-22 ปี
เขาประกอบอาชีพเป็นคนขายตั๋วรถไฟแล้วก็ล้มเหลว
> >>แต่เขาก็ยัง ต่อสู้กับชีวิตด้วยการหาโอกาสให้ชีวิต
>
>>แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ไม่วายล้มเหลว
เหมือนเดิม
> >>
> >>เขาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพแต่ก็ถูกขับออกมา
>
>>หันเหมาสมัครเข้าโรงเรียนกฎหมาย
แต่ด้วยความสามารถอันเอกอุ
> >>เขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
> >>
> >>แล้วเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานขายประกัน แน่นอนที่สุด
เขาล้มเหลวอีกครั้ง
> >>(แล้ว)
>
>>
> >>แค่เกริ่นมาข้างต้นก็คงไม่ต้องบอกว่า
ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง
> >>!
>
>>แต่ก็อย่างว่าแหละ
คนเราอะไรมันจะไม่ได้เรื่องไปเสียหมด
> >>สิ่งเดียวที่เขาพบว่า เขาทำได้ดีก็คือ การทำอาหาร
>
>>ดังนั้นเขาจึงไปทำงานเป็นพ่อครัวและคนล้างจานในร้าน
>
>>กาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง
แต่นั่นก็ไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไรเลยในความคิดของเขา
>
>>
> >>ชีวิตที่ร้านกาแฟ
เขามีเวลามากมายที่จะนั่งคิดและทำอะไรได้มากพอสมควร
> >>แต่เขา กลับเลือกใช้เวลานั่งคิดถึงภรรยาและลูกสาวของเขา
>
>>เขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง
> >>แต่ได้รับคำปฏิเสธ
> >>เขาเปลี่ยนความ คิดใหม่ เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป
>
>>ขอเพียงแต่ได้ลูกสาวกลับคืนมาก็พอ
>
>>เพราะเขา รักและคิดถึงเธอเหลือเกิน
>
>>เขาใช้เวลาว่างในร้านกาแฟวางแผนในการนำลูกสาวกลับคืนมาสู่อ้อมอกของตน
>
>>เขาวางแผน ทุกขั้นตอนละเอียดยิบ
>
>>คำนวณทุกฝีก้าว
> >>ในที่สุดแผนการอันแสนยาวนานก็เสร็จสิ้นลง
> >>เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
> >>คุณพ่อวัยรุ่นผู้น่าสงสารซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้นอกบ้านหลังเล็กๆ
> >>ของภรรยาของเขา
> >>เฝ้ามองลูกสาวของเขาเล่นอยู่หน้าบ้านและเตรียม พร้อมที่จะ
"ลักพาตัวเธอ!"
> >>
> >>แล้ววันที่ตั้งใจไว้ก็มาถึง
เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง
> >>แม้จะรู้สึกกังวล ตื่นเต้น และตระหนกอยู่บ้าง
> >>แต่นั่นมิอาจเทียบได้กับความรักที่เขา มีต่อลูก
>
>>เขาตัดสินใจที่จะต้องลงมือทำให้สำเร็จ แต่แล้วอนิจจา
...
> >>วันนั้นลูก
สาวของเขาไม่ออกมาเล่นหน้าบ้านเลย
> >>
> >>แม้กระทั่งความพยายามในการก่ออาชญากรรม เขาก็ยังล้มเหลว
>
>>เขารู้สึกเหมือนคนที่ พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา
รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่า
> >>และเหมือนพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่าเขาจะ
ต้องอยู่เพียงลำพังไปตลอดชีวิต
> >>
> >>แต่เหมือนปาฏิหาริย์
> >>ในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้
>
>>พวกเขาทำงานด้วยกันในร้านกาแฟแห่งนั้น
>
>>ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาเกษียณ ตอนอายุ 65
ปี
> >>
> >>วันแรกของการเกษียณอายุ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขา
เป็นเงิน
> >>105 ดอลลาร์
(ราวสี่พันบาท)
> >>เช็คดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า
>
>>เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
>
>>ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิต
>
>>อยู่จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาล
>
>>
> >>มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ
ล้มเหลว เสียกำลังใจ และท้อแท้
> >>ชีวิต
ของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งหลังจาก 65 ปีอันยาวนาน
> >>
> >>เขาบอกกับตัวเองว่าถ้าเขาดูแลตัวเองไม่ได้
ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแล
> >>เขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอีกต่อไป เขาตัดสินใจ
(อีกแล้ว) ว่า " จะฆ่าตัวตาย
> >>"
> >>เขาหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นกับดินสอหนึ่งแท่ง
> >>นั่งลงใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านอย่างสงบ
> >>ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรม
> >>
>
>>แต่แทนที่จะทำเช่นนั้น
กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ
> >>เหมือนเป็นครั้งแรกที่ชีวิตเกิดปัญญา
> >>เขาเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น ชีวิตที่เขาควรจะมี
>
>>และสิ่งที่เขาปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่
>
>>เขาตกใจมาก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่า
>
>>เขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักอย่างเลย !
(เพิ่งนึกได้)
> >>
> >>เขานั่งครุ่นคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง
มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้
> >>บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ ใช่ !
เขารู้วิธีปรุงอาหาร
> >>ชีวิตเกือบทั้งหมดของเขา
อยู่ที่หน้าเตาร้อนๆ มาตลอด
> >>เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้ง
> >>ในที่สุดเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จ
>
>>
> >>เขาตั้งใจว่าถ้าเขาจะตาย
เขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคน
> >>และทำบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา
>
>>
> >>เขาลุกจากเงาไม้
มุ่งหน้าไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87
> >>ดอลลาร์จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไปของเขา
> >>ด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น
เขาซื้อกล่องเปล่าและ
> >>ไก่จำนวนหนึ่ง
> >>
> >>จากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้านและลงมือทอดไก่ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ทำงานที่ร้านกาแฟนั้น
>
>>
> >>เขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาตามบ้านต่างๆ
ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขา
> >>
> >>แล้วคนขายไก่ทอดอายุ 65 ปีคนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส
>
>>ราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร Kentucky Fried Chicken
> >>หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเอง
> >>
> >>ตอนอายุ
65 ปี เขาเป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต
แต่ในวัย 85
> >>ปี
>
>>เขาก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
> >>มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศ
>
>>
> >>เรื่องราวชีวิตของผู้พันแซนเดอร์ส
เป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จ
> >>ที่ได้รับคำยกย่องจากผู้คนทั่วโลก
แต่ใครจะรู้บ้างว่าหากใต้ต้นไม้วันนั้น
> >>ผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก
>
>>ตำนานไก่ทอดสะท้านโลกก็คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกัน
>
>>
> >>จริงอย่างที่เขาว่า
ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือ
>
>>
> >>มันอยู่ที่ว่าคุณเลือกที่จะ "สู้ต่อ" หรือ
"ยอมแพ้"
> >>
> >>สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว
เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ
> >>20 ปีแห่งความสำเร็จ
> >>
> >>แล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง ?
> >>
>
>>
> >>ขอบคุณข้อความดีๆๆ
>
>>คุณ รพีพรรณ บุญชูมณี
> >>เจ้าหน้าที่อาวุโสศูนย์ธุรกิจต่างประเทศ